Updates / รอบตัวเรา
ประเทศไทยกับความเสี่ยงภัยด้านน้ำ

ประเทศไทยกับความเสี่ยงภัยด้านน้ำ
ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย เป็นความท้าทายที่ประเทศไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจึงไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล แผนงาน และการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับลุ่มน้ำ จังหวัด ไปจนถึงระดับท้องถิ่น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ (นาที 1.18)
“การบูรณาการ” คือหัวใจของการบริหารจัดการน้ำ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านน้ำ ซึ่งมีภารกิจแตกต่างกัน ทั้งน้ำผิวดิน น้ำฝน น้ำใต้ดิน และการใช้น้ำในภาคส่วนต่าง ๆ โดยต้องเชื่อมโยงข้อมูลและนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
น้ำท่วม–น้ำแล้ง ต้องติดตามและบริหารจัดการตลอดทั้งปี
สถานการณ์น้ำไม่สามารถพิจารณาเฉพาะช่วงน้ำท่วมหรือน้ำแล้งได้ เนื่องจากในรอบปีสามารถเกิดทั้งสองสถานการณ์ได้ ขณะเดียวกันความแปรปรวนของฝน เช่น การตกกระจุกตัวและตกในช่วงเวลาสั้นลง ทำให้การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญก็ยังสามารถเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ได้
จากแผนระดับประเทศ ต้องเชื่อมโยงถึงระดับตำบล
การแก้ไขปัญหาน้ำจำเป็นต้องมองทั้งภาพรวมและบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะระดับท้องถิ่นที่ต้องรับมือกับปัญหาโดยตรง แนวคิดสำคัญคือการเชื่อมโยงงานวิจัยและข้อมูลจากพื้นที่เข้ากับการจัดทำแผนลุ่มน้ำ เพื่อให้ข้อค้นพบจากระดับพื้นที่สามารถนำไปต่อยอดและใช้ประกอบการวางแผนในระดับที่สูงขึ้นได้
“ผังน้ำ” ต้องมีความเชื่อมโยงและมาตรฐานร่วมกัน
การจัดทำผังน้ำในแต่ละระดับยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนาการเชื่อมโยง เนื่องจากมีทั้งผังน้ำระดับลุ่มน้ำและการจัดทำข้อมูลในระดับตำบลจากหลายหน่วยงาน ดร.สมเกียรติเสนอถึงความจำเป็นของแพลตฟอร์มกลาง เพื่อให้การจัดทำผังน้ำและแผนงานด้านน้ำมีแนวทางที่สอดคล้องกัน และสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับประเทศ
Thai Water Plan เป็นเครื่องมือที่ต้องมาพร้อมความเข้าใจ
Thai Water Plan เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับการจัดทำและเสนอแผนงานด้านน้ำ แต่การใช้เครื่องมือให้เกิดประโยชน์จำเป็นต้องมีความเข้าใจของผู้ใช้งาน สทนช. จึงมีความพยายามจัดการฝึกอบรมและสร้างความเข้าใจในพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีโจทย์สำคัญเรื่องการบูรณาการระหว่างหน่วยงานและการทำให้พื้นที่ได้รับข้อมูลย้อนกลับเมื่อโครงการไม่ผ่านการพิจารณา เพื่อให้สามารถนำไปปรับปรุงได้
บริบทของแต่ละพื้นที่ต้องถูกนำมาประกอบการตัดสินใจ
พื้นที่แต่ละแห่งมีข้อจำกัดและเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้งด้านภูมิศาสตร์ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการน้ำจึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานและพื้นที่ รวมถึงมีกลไกที่จะนำปัญหาจากระดับพื้นที่เข้าสู่การพิจารณาในระดับนโยบายอย่างเหมาะสม
SEA กับการวางแผนระดับลุ่มน้ำ
ปัจจุบัน สทนช. อยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทระดับลุ่มน้ำโดยใช้กระบวนการ Strategic Environmental Assessment หรือ SEA ซึ่งสามารถนำทางเลือกและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากพื้นที่เข้าสู่กระบวนการวางแผนในระดับลุ่มน้ำได้ โดยมีกลไกคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา
แผนน้ำต้องปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องมีการทบทวนและปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะประเด็น Climate Change ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ดร.สมเกียรติจึงเน้นถึงความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐและผู้ปฏิบัติงานต้องปรับรูปแบบการคิดและมองไปข้างหน้า ไม่ยึดติดกับแผนหรือแนวทางเดิมเพียงอย่างเดียว
การแก้ปัญหาน้ำต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกระดับ
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ดร.สมเกียรติกล่าวว่า ประเทศไทยยังมีโครงการและองค์ความรู้เดิมที่สามารถนำมาศึกษาและต่อยอดได้ แต่สิ่งสำคัญคือความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ แต่ละหน่วยงานต้องรับผิดชอบภารกิจของตนเองควบคู่กับการบูรณาการกับหน่วยงานอื่น
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจึงเป็นภารกิจร่วมกันของทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ลุ่มน้ำ จังหวัด ไปจนถึงท้องถิ่น โดยหัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงข้อมูล แผนงาน และการตัดสินใจให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
💡 รายการรอบตัวเรา วันอาทิตย์ 10.30 น. Chula Radio [20 ก.ย.69]
ผู้ดำเนินรายการ: รศ.ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิทยากร: ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและโครงการสำคัญ




