Updates / รอบตัวเรา
โรคอ้วน เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

โรคอ้วน เรื่องใหญ่กว่าที่คิด
เมื่อพูดถึง “โรคอ้วน” หลายคนอาจนึกถึงน้ำหนักตัวหรือรูปร่างเป็นอันดับแรก แต่ในทางการแพทย์ การประเมินภาวะอ้วนยังต้องพิจารณาถึงปริมาณไขมันในร่างกายร่วมด้วย เพราะน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนปริมาณไขมันของแต่ละคนได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันตำแหน่งที่ไขมันสะสมก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญ ดังนั้นการทำความเข้าใจโรคอ้วนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปร่าง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม มาเข้าใจเกี่ยวกับโรคอ้วน แนวทางการดูแล และการป้องกัน (นาที 1.10)
“ศูนย์รักษ์พุง” ดูแลโรคอ้วนด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ
“ศูนย์รักษ์พุง” เป็นคลินิกที่ให้การดูแลผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน โดยมีบุคลากรจากหลากหลายสาขาวิชาชีพร่วมกันดูแลผู้รับบริการ นอกจากการให้บริการแล้ว ศูนย์ฯ ยังมีบทบาทในการเป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับบุคลากรและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในการดูแลภาวะโรคอ้วน
โรคอ้วนไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว
ภาวะอ้วนมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต กิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาหาร รวมถึงพันธุกรรม จึงไม่สามารถมองสาเหตุของโรคอ้วนจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ปัญหาน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นแนวโน้มที่พบในหลายประเทศทั่วโลก
เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยน การใช้พลังงานก็เปลี่ยนตาม
การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในปัจจุบันเป็นอีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วน เมื่อกิจกรรมทางกายและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันลดลง ขณะที่รูปแบบอาหารและพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป ความสมดุลระหว่างพลังงานที่ได้รับกับพลังงานที่ใช้จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจ การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีกิจกรรมทางกายและการเคลื่อนไหวร่างกายที่เหมาะสมด้วย
ไขมันสะสมไม่ได้กระทบแค่รูปร่าง
ภาวะอ้วนเป็นภาวะเรื้อรัง และผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนในทันที ไขมันที่สะสมในร่างกายสามารถเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่าง ๆ โดยในบทสัมภาษณ์ได้กล่าวถึงภาวะดื้อต่ออินซูลินและเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคบางชนิด เช่น มะเร็งบางประเภท ประเด็นดังกล่าวจึงสะท้อนว่า การมองภาวะอ้วนเพียงจากรูปร่างภายนอกอาจไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรได้รับความสนใจ
“อ้วนลงพุง” ทำไมจึงควรใส่ใจ
นอกจากน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายแล้ว ปริมาณและตำแหน่งของไขมันที่สะสมในร่างกายก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะไขมันบริเวณช่องท้อง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “อ้วนลงพุง” ซึ่งเป็นลักษณะที่ควรให้ความสนใจ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อภาวะหรือโรคต่าง ๆ แม้ในบางกรณีอาจยังไม่มีอาการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ดูแลภาวะอ้วน ต้องใส่ใจทั้งอาหารและการเคลื่อนไหว
ในเรื่องการดูแลภาวะอ้วนต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมอาหาร โดยควรคำนึงถึงทั้งชนิด ปริมาณ และพลังงานที่ได้รับจากอาหาร ขณะเดียวกัน การออกกำลังกายก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มการใช้พลังงานและส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แนวทางสำคัญจึงเป็นการดูแลทั้งเรื่องอาหารและการออกกำลังกายควบคู่กัน โดยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้สูงอายุอย่าลืมดูแลทั้ง “อาหาร” และ “กล้ามเนื้อ”
สำหรับผู้สูงอายุ การดูแลภาวะอ้วนมีรายละเอียดที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องโภชนาการและมวลกล้ามเนื้อ ศ.นพ.สุเทพเน้นถึงความสำคัญของการได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอเพื่อช่วยสนับสนุนการสร้างและคงไว้ซึ่งกล้ามเนื้อ ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคนก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของการดูแลสุขภาพ
มื้อเย็นไม่จำเป็นต้อง “งด” แต่ควรคำนึงถึงปริมาณและความสมดุล
มื้อเย็นสามารถรับประทานในปริมาณที่ลดลงได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายอาจไม่ได้ใช้พลังงานมากเท่าช่วงกลางวัน อย่างไรก็ตาม การลดอาหารไม่ได้หมายถึงการงดสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมด แต่ควรคำนึงถึงความสมดุลของอาหาร ทั้งข้าวและอาหารที่ให้พลังงาน โปรตีน ผัก และผลไม้ โดยปรับปริมาณให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
โรคอ้วนเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก
ภาวะอ้วนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวัยผู้ใหญ่ แต่สามารถพบได้ตั้งแต่วัยเด็ก ศ.นพ.สุเทพกล่าวถึงแนวโน้มภาวะอ้วนในเด็กและวัยผู้ใหญ่ และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก โดยเฉพาะในเด็กที่มีภาวะอ้วนรุนแรง ซึ่งมีโอกาสที่จะมีภาวะอ้วนต่อเนื่องเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ศูนย์รักษ์พุงจึงมีการดูแลภาวะอ้วนทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของบุคลากรจากหลากหลายสาขา
ไม่มีวิธีรักษาเดียวที่เหมาะกับทุกคน
การดูแลโรคอ้วนควรพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรม โดยเฉพาะเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย หากยังไม่สามารถจัดการภาวะอ้วนได้ตามเป้าหมาย จึงพิจารณาแนวทางการรักษาอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ทีมสหสาขาวิชาชีพจึงมีบทบาทสำคัญในการประเมินปัจจัยต่าง ๆ ของผู้รับบริการ และร่วมกันวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ยารักษาโรคอ้วน ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
การใช้ยารักษาภาวะอ้วนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากยามีผลข้างเคียงและความเหมาะสมในการใช้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การเลือกใช้ยาจึงควรพิจารณาร่วมกับภาวะสุขภาพและปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงมีการติดตามผลอย่างเหมาะสม ดังนั้นการซื้อยามาใช้ด้วยตนเองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์จึงไม่ใช่แนวทางที่ควรปฏิบัติ
ผลไม้มีประโยชน์ แต่ “กินเยอะ” ไม่ใช่คำตอบ
แม้ผักและผลไม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ผลไม้แต่ละชนิดมีปริมาณน้ำตาลและพลังงานแตกต่างกัน การเลือกรับประทานจึงควรคำนึงถึงทั้งชนิดและปริมาณ ไม่ใช่เพียงการรับประทานให้มากขึ้นโดยไม่พิจารณาพลังงานที่ได้รับโดยรวม เช่นเดียวกับอาหารประเภทอื่น หากเลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงานมากขึ้น ก็ควรพิจารณาปรับสมดุลจากอาหารส่วนอื่น เพื่อให้ปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยรวมเหมาะสม
การดูแลโรคอ้วนไม่ใช่ “ห้ามกิน” แต่คือการรู้จักสมดุล
การควบคุมอาหารไม่จำเป็นต้องหมายถึงการห้ามรับประทานอาหารทุกชนิดอย่างเด็ดขาด แต่ควรเรียนรู้ที่จะเลือกและควบคุมปริมาณให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย หากต้องการรับประทานอาหารที่มีความหวานหรือให้พลังงานสูงในบางโอกาส ก็สามารถพิจารณาปรับลดพลังงานจากอาหารส่วนอื่น เพื่อให้ภาพรวมของการรับประทานอาหารเกิดความสมดุล แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นการมองการดูแลอาหารในภาพรวม มากกว่าการกำหนดข้อห้ามเพียงอย่างเดียว
ความท้าทายไม่ใช่แค่ “รู้” แต่คือการลงมือทำ
แม้ปัจจุบันประชาชนจะเข้าถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหาร การออกกำลังกาย ยา และผลกระทบจากโรคอ้วนได้มากขึ้น แต่ความท้าทายสำคัญคือการนำความรู้เหล่านั้นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตต้องอาศัยทั้งเวลา ความตั้งใจ และความพยายาม ไม่ใช่เรื่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาอันสั้น การป้องกันและดูแลโรคอ้วนจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านสุขภาพ
องค์ความรู้เรื่องโรคอ้วนควรเข้าถึงประชาชนถึงระดับชุมชน
การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคอ้วนไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะในสถานพยาบาลหรือหน่วยงานด้านสุขภาพ แต่ควรส่งต่อไปถึงโรงเรียน ชุมชน และหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลภาวะอ้วนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ศ.นพ.สุเทพเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาสื่อและกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากส่วนกลางไปสู่ชุมชน เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพสามารถเข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ป้องกันและดูแลโรคอ้วนตั้งแต่เนิ่น ๆ
แนวทางการรักษาโรคอ้วนว่า มีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดในผู้ที่มีข้อบ่งชี้และผ่านเกณฑ์การประเมินที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโรคอ้วน รวมถึงการดูแลตั้งแต่ระยะแรก ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ควรให้ความสนใจ การทำความเข้าใจภาวะอ้วนอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้แต่ละคนสามารถพิจารณาแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม และเมื่อมีข้อสงสัยหรือจำเป็นต้องได้รับการรักษา ก็ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
“โรคอ้วน…เรื่องใหญ่กว่าที่คิด” เพราะสุขภาพไม่ได้มีแค่ตัวเลขบนเครื่องชั่ง
การทำความเข้าใจโรคอ้วนจำเป็นต้องมองให้กว้างกว่าน้ำหนักหรือรูปร่าง เพราะยังเกี่ยวข้องกับปริมาณและตำแหน่งของไขมัน วิถีชีวิต อาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย ตลอดจนปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล การดูแลจึงไม่มีสูตรสำเร็จเพียงหนึ่งเดียว แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจตนเอง ปรับพฤติกรรมด้านอาหารและการเคลื่อนไหวให้เหมาะสม และขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น
เพราะการรู้จัก “โรคอ้วน” ให้ลึกกว่าน้ำหนักตัว ไม่เพียงช่วยให้เราเข้าใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลและป้องกันอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย
💡 รายการรอบตัวเรา วันอาทิตย์ 10.30 น. Chula Radio [16 ส.ค.69]
ผู้ดำเนินรายการ: รศ.ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิทยากร: ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย




