Updates / รอบตัวเรา
โขนกับวัยรุ่นยุคใหม่: ศิลปะไทยร่วมสมัยกว่าที่คิด

โขนกับวัยรุ่นยุคใหม่: ศิลปะไทยร่วมสมัยกว่าที่คิด
แม้โขนจะมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับอดีต หากมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัย เพราะโขนไม่ได้เป็นเพียงศิลปะของอดีต แต่กำลังเดินเคียงข้างคนรุ่นใหม่ (นาที 1.35)
"โขน" ศิลปะที่ปรับตัว เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่
ภาพจำที่หลายคนเคยมองว่าโขนเป็นศิลปะที่เข้าถึงยาก กำลังเปลี่ยนแปลงไป การจัดแสดงในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้เทคนิคการแสดง แสง สี เสียง และการออกแบบฉากที่ช่วยเพิ่มความตื่นตาตื่นใจ ขณะเดียวกันยังคงรักษาแก่นแท้และแบบแผนของศิลปะการแสดงไว้ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้เยาวชนจำนวนมากหันมาสนใจโขนมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อฝึกซ้อมและแสดงโขนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่หลายสถาบันการศึกษาเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้โขนตั้งแต่อายุยังน้อย
มากกว่าการแสดง คือการเรียนรู้ที่พัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ
การเรียนโขนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงทักษะการร่ายรำ แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาหลายมิติ ทั้งบุคลิกภาพ ความแข็งแรงของร่างกาย วินัย ความอดทน ความสามัคคี และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นลำดับขั้น โดยครูผู้สอนจะพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละบุคคลกับบทบาทของตัวละคร ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะ ประสบการณ์ และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จึงสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
"ครู" คือหัวใจของการสืบทอดศิลปะโขน
นอกจากทักษะด้านการแสดงแล้ว โขนยังสืบทอดจารีตและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะการเคารพครู ผ่านพิธีไหว้ครูและพิธีครอบครู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ในสายศิลปะไทย จารีตเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความเชื่อของผู้สืบทอดศิลปะ แต่ยังปลูกฝังความกตัญญู ความอ่อนน้อม และการให้เกียรติครูบาอาจารย์ อันเป็นคุณค่าที่ควบคู่กับการเรียนศิลปะไทยทุกแขนง
เมื่อโขนก้าวสู่โลกดิจิทัล สื่อออนไลน์จึงกลายเป็นอีกเวทีสำคัญ
ในยุคดิจิทัล ศิลปะการแสดงโขนได้ขยายพื้นที่สู่สื่อออนไลน์มากขึ้น ช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงการแสดงได้สะดวกยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถสื่อสารกับผู้ชมรุ่นใหม่ได้โดยตรง การใช้สื่อดิจิทัลยังมีส่วนช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ผู้ชมในต่างประเทศ สร้างการรับรู้ในวงกว้าง และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นอีกบทบาทสำคัญของโขนในโลกปัจจุบัน
AI คือเครื่องมือ แต่ไม่อาจทดแทนการเรียนรู้จากครูผู้สอน
เมื่อกล่าวถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานวิจัย การสร้างสื่อการเรียนรู้ และการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนได้ โดยปัจจุบันมีการศึกษาการประยุกต์ใช้ AI ในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของท่ารำร่วมกับงานวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ศิลปะการแสดงอย่างโขนยังต้องอาศัยการถ่ายทอดจากครูผู้สอนโดยตรง เพราะรายละเอียดของท่วงท่า อารมณ์ การสื่อสารผ่านการแสดง และประสบการณ์ที่สั่งสมจากครูผู้เชี่ยวชาญ เป็นองค์ความรู้ที่เทคโนโลยียังไม่สามารถถ่ายทอดทดแทนได้อย่างสมบูรณ์
โขน...มรดกทางวัฒนธรรมที่พร้อมก้าวไปกับอนาคต
รองศาสตราจารย์ ดร.อนุกูล เชื่อว่า โขนจะยังคงเป็นศิลปะการแสดงที่อยู่คู่สังคมไทยต่อไป เพราะแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่คุณค่าของการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงและการสืบทอดจากครูสู่ศิษย์ยังคงมีความสำคัญ ขณะเดียวกันการเปิดรับเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้โขนสามารถเข้าถึงผู้คนในวงกว้างมากขึ้น และทำให้ศิลปะการแสดงแขนงนี้ยังคงมีชีวิตชีวาในโลกยุคใหม่
เปิดใจชมโขน แล้วจะค้นพบว่าศิลปะไทยร่วมสมัยกว่าที่คิด
รองศาสตราจารย์ ดร.อนุกูล ได้เชิญชวนเยาวชนและประชาชนทั่วไปเปิดโอกาสให้ตนเองได้สัมผัสการแสดงโขนอย่างน้อยสักครั้ง เพราะนอกจากความงดงามของศิลปะการแสดงแล้ว โขนยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาบุคลิกภาพ สุขภาพ และความเข้าใจในมรดกทางวัฒนธรรมของไทย โขนในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงศิลปะที่เล่าขานเรื่องราวจากอดีต หากแต่เป็นศิลปะที่ยังคงเติบโต ปรับตัว และเชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าหากัน พร้อมส่งต่อคุณค่าของวัฒนธรรมไทยสู่คนรุ่นใหม่และสังคมโลกอย่างต่อเนื่อง
💡 รายการรอบตัวเรา วันอาทิตย์ 10.30 น. Chula Radio [2 ส.ค.69]
ผู้ดำเนินรายการ: ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิทยากร: รศ.ดร.อนุกูล โรจนสุขสมบูรณ์ สาขาวิชานาฏยศิลป์ไทย ภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




