Updates / ไทยศึกษา
เส้นทางชีวิตของวีรบรุษในวัฒนธรรมไทย | รายการไทยศึกษา

พิธีบูชาและกระบวนการสร้างวีรบุรุษเจ้าเมือง ในจังหวัดต่างๆ ของไทย มีทั้งผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง เทพเจ้าประจำถิ่น หรือกษัตริย์ในอดีตที่ชุมชนยกย่อง งานวิจัยแบ่งโครงสร้างออกเป็นสามส่วนคือ ต้นน้ำ ที่เป็นการรวบรวมประวัติและแต่งเติมเรื่องราว กลางน้ำ คือการสร้างอนุสาวรีย์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เพื่อแสดงอัตลักษณ์ และ ปลายน้ำ คือการจัดพิธีกรรมเพื่อตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์และเชื่อมโยงคนในท้องถิ่นเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ถึงบทบาทของ อำนาจรัฐและอำนาจชุมชน ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อเชิดชูเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบพิธีกรรมให้กลายเป็น เทศกาลท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน
จากการศึกษาวิจัยของรองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ รุนรา วีรบุรุษเจ้าเมืองประจำจังหวัดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
1.เจ้าเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ: คือผู้ปกครองที่ได้รับบรรดาศักดิ์และการแต่งตั้งจากส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) ให้ไปปกครองเมืองนั้นๆ โดยตรง เช่น พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร) แห่งจังหวัดกาฬสินธุ์
2.เจ้าเมืองที่เป็นเทพเจ้าของเมือง: บุคคลในกลุ่มนี้อาจไม่ได้มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองจากการแต่งตั้งตามระบบปกครอง แต่เป็นผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพบูชาประดุจเทพเจ้าประจำถิ่นเนื่องจากวีรกรรมที่เคยทำไว้ เช่น ย่าโม (ท้าวสุรนารี) ที่จังหวัดนครราชสีมา หรือ ย่าจัน-ย่ามุก ที่จังหวัดภูเก็ต
3.เจ้าผู้ปกครองอาณาจักรที่ได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษประจำจังหวัด: เป็นกษัตริย์หรือผู้ปกครองระดับอาณาจักรที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับพื้นที่นั้นๆ จนชาวเมืองยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของตน เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ในพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรี) หรือ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (จังหวัดลพบุรี)
การที่งานวิจัยต้องนิยามคำว่า "วีรบุรุษเจ้าเมือง" ให้ครอบคลุมทั้ง 3 ประเภทนี้ เนื่องจากในแต่ละจังหวัดมีวัตถุในการบูชาที่แตกต่างกันไป ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าเมืองตามบรรดาศักดิ์เท่านั้น
ตัวอย่างและลักษณะของพิธีกรรมบูชาวีรบุรุษเจ้าเมืองในภาคอีสานที่น่าสนใจดังนี้
- จังหวัดอุบลราชธานี: การบูชาท้าวคำผง เป็นตัวอย่างของวีรบุรุษที่เกิดจาก "อำนาจชุมชน" เนื่องจากยังมีสายตระกูลที่สืบทอดต่อกันมา และยังคงมีการกราบไหว้บูชากันภายในกลุ่มตระกูล
ต่อมาหน่วยงานภาครัฐได้เข้าไปสนับสนุนและยกระดับขึ้นเป็นพิธีกรรมระดับจังหวัด เพื่อเชิดชูคุณงามความดีที่มีต่อพื้นที่
- จังหวัดกาฬสินธุ์: การบูชาพระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร) เป็นตัวอย่างของวีรบุรุษเจ้าเมืองประเภทที่ได้รับ การแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) ให้ไปปกครองเมืองนั้นๆ
ลักษณะสำคัญของพิธีกรรมบูชาวีรบุรุษในภาคอีสานตามงานวิจัย:
- ความสัมพันธ์กับส่วนกลาง: วีรบุรุษในแถบภาคอีสานมีความโดดเด่นคือ ประวัติมักจะมีความ แนบแน่นกับความสัมพันธ์กับราชวงศ์จักรี เกือบทั้งหมด
- การตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ผ่านอนุสาวรีย์: พิธีกรรมบูชามักถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีการ สร้างอนุสาวรีย์เสร็จสิ้น เพื่อเป็นการฉลองหรือคล้ายกับพิธีเทวาภิเษก หลังจากนั้นจะมีการจัดซ้ำต่อเนื่องทุกปีจนกลายเป็นพิธีประจำปีเพื่อตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่น
- การปรับเปลี่ยนสู่เทศกาล: ในหลายพื้นที่ พิธีกรรมดั้งเดิมที่เน้นความศักดิ์สิทธิ์ (Ritual) ได้ถูกปรับรูปแบบให้มีความเป็น เทศกาล (Festival) มากขึ้น โดยลดทอนข้อห้ามบางอย่างลงเพื่อให้คนภายนอกหรือนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ส่งเสริมเศรษฐกิจและกิจกรรมในชุมชน
- การสร้างความสมัครสมานสามัคคี: พิธีกรรมเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "โซ่ที่มองไม่เห็น" ในการยึดโยงผู้คนในจังหวัดให้รู้สึกถึงความเป็นพวกพ้องและมีจุดร่วมทางจิตใจร่วมกัน
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่าเรื่องราวของวีรบุรุษเหล่านี้มักถูกเรียบเรียงใหม่ให้มีลักษณะเป็น ดราม่า (Dramatic) เพื่อกระตุ้นเตือนจิตใจคนในพื้นที่ และนำเสนอภาพลักษณ์ของวีรบุรุษที่มีความเด็ดเดี่ยว มั่นคง ไม่กล้าๆ กลัวๆ ในการกู้ชาติหรือตั้งจังหวัด
แนวคิด “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” เป็นกระบวนการที่ถูกนำมาใช้เพื่อประกอบสร้างและตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ให้กับวีรบุรุษเจ้าเมืองในมิติต่างๆ ดังนี้
ต้นน้ำ: การสร้างชุดความอธิบาย (ประวัติศาสตร์และเรื่องเล่า) เป็นการนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น สารานุกรมประจำจังหวัด มาเรียบเรียงใหม่ให้มีความเป็น “ดราม่า” (Dramatic) เพื่อกระตุ้นเตือนจิตใจคนในพื้นที่ ในขั้นตอนนี้อาจมีการแต่งเติมรายละเอียดเพื่อให้เรื่องราวมีความสัมพันธ์กับพื้นที่และเน้นย้ำลักษณะความเป็นวีรบุรุษที่เด็ดเดี่ยว มั่นคง และไม่ลังเลในการทำภารกิจสำคัญซึ่งเรื่องเล่าเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้คนเริ่มรับรู้และยอมรับในคุณูปการของวีรบุรุษ
กลางน้ำ: การสร้างสัญลักษณ์เชิงประจักษ์ (อนุสาวรีย์) คือการสร้าง อนุสาวรีย์ เพื่อให้คนในจังหวัดรับรู้ถึงตัวตนและความสำคัญของวีรบุรุษอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมีการวางระบบระเบียบในการเลือกสถานที่ตั้งเพื่อให้สัมพันธ์กับอำนาจและความรู้สึกของผู้คน เช่น ตั้งใกล้ศาลาว่าการจังหวัด (อำนาจรัฐ), ตั้งในจุดที่เคยประกอบวีรกรรม หรือในพื้นที่สาธารณะที่สัมพันธ์กับชุมชนการมีอนุสาวรีย์ช่วยให้ "สิ่งปลูกสร้าง" ทำหน้าที่ยึดโยงความทรงจำไว้แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด
ปลายน้ำ: การตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ด้วยพิธีกรรม คือขั้นตอนของ พิธีกรรมบูชา ซึ่งมักจัดขึ้นครั้งแรกหลังสร้างอนุสาวรีย์เสร็จ เปรียบเสมือนพิธีฉลองหรือเทวาภิเษกเมื่อมีการจัดซ้ำต่อเนื่องทุกปีจะกลายเป็น "พิธีประจำปี" ที่ช่วย ตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นพิธีกรรมเหล่านี้จะสร้าง "โซ่ที่มองไม่เห็น" เพื่อผูกโยงคนในกลุ่มเดียวกันให้รู้สึกเป็นพวกพ้องและมีจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจร่วมกันในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น
โดยสรุป กระบวนการทั้งสามส่วนนี้ทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนบุคคลในประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นวีรบุรุษที่ศักดิ์สิทธิ์ โดย "ต้นน้ำ" สร้างความเชื่อ "กลางน้ำ" สร้างที่สถิต และ "ปลายน้ำ" สร้างการสื่อสารผ่านพิธีกรรมเพื่อประคองความศักดิ์สิทธิ์นั้นไว้ให้ยั่งยืน




